Story

วันที่ 3 ABAC สะกดจิต?

posted on 31 May 2007 21:00 by pcichigo  in Story

3rd day in ABAC
(30 May 2007)

แถลงการ์ณ บางท่านอาจจะเห็นว่า เวลาที่เขียนในบล๊อก
กับเวลาที่ขึ้นบนหัวมันจะไม่ตรงกัน ก็เพราะว่า...วันนั้นมันไม่ว่างจริงๆ
เลยไม่สามารถเขียนได้ เลยจะพยายามรวบยอดมาเขียนทีเดียวฮะ TT^TT


วันนี้ไม่มีอะไรจะเล่าเท่าไรเพราะว่ามีเรียนเยอะมากเลยไม่มีเวลาคุยกับเพื่อนเลย >[]<
แต่ว่าวันนี้มีภาพมาให้ดูกันอีกเช่น เคยถึงแม้จะไม่ว่างก็เถอะ =_____=+

ภาพประจำวันนี้....มันก็คือ.......

 

สมุดบันทึก ที่ขายโดยรุ่นพี่ ABAC !!
แค่เพียงไปยืนดูริมๆโต๊ะว่าเขาขายอะไรกัน พี่เขาก็จะรีบมารุม 4 ต่อ 1
พร้อมการไซโค น้องๆ ให้ซื้อสมุดจดงานหลากหลายลาย >[]< !

โดยส่วนตัวเป็นพวกชอบของที่ดูสวยๆ แบบนี้อยู่แล้วแถมยังจำเป็นต้องใช้อีกด้วย
เลยรีบซื้อแบบไม่ลังเลเลย โดยลายที่ท่านเห็นตามรูปมีอยู่ 5 ลายที่คิดว่าเข้าท่าดี

เริ่มจากลายบนซ้าย เล่มดำๆ อันนี้เป็น สมุดที่ทำโดยคณะ Science & Technology
สมุดประจำคณะตัวเองเท่แบบนี้ ไม่ซื่อก็บ้าแล้วฮะ ,,>w<,,
เล่มต่อมาด้านบนลาย ซากุระ จากเรื่อง นารูโตะ อันนี้เป็นของแถม ต้องซื่อ 4 เล่ม
ถึงจะได้ฟรีมา 1 เล่ม จัดทำโดยชมรม Fitness club นับว่าเป็น Uncommon book เลย
เล่มต่อไปแม้ภาพและลวดลายจะดูธรรมดา แต่ไอเดียมันอยู่ที่ด้านหลังเป็น
ข้อความว่า "RESERVED" สีแดง ซึ่งเอาไปว่างใช้จองโต๊ะ เก้าอี้ กินข้าวได้ฮะ lolz
แล้วก็ลงมาดูที่ 2 เล่มล่าง 2 เล่มนี้มัน น่ารัก, เท่, ดูดี จนอดใจซื่อไม่ไหวเหมือนกัน
จัดทำโดยคณะ BBA (Bachelor Business Administration) Major Management

หลังจากที่เดินไปได้ซักพักก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า อ้าว...แบงค์ 500 หาย.... ฮะเมี๊ยว~ >w<'''

เรื่องของ ABAC วันที่ 2

posted on 31 May 2007 20:08 by pcichigo  in Story
2nd day in ABAC
(29 May 2007)

วันนีเริ่มเรียน 8 โมงเช้า...เลิกเรียน 5 โมงเย็นอีกเช่นเคยฮะ...
ชีวิตเริ่มกลับมาเข้ารูป ลงรอยกลับสู่สมัยมัธยมปลายที่แสนจะคิดถึง

เปิดประเด็นบันทึกความจำวันนี้ "เด็ก ABAC เป็นพวกไฮโซจริงเหรอ?"

 

ไฮโซ ย่อมาจากคำว่า "High society" แปลว่า "กลุ่มสังคมชั้นสูง"
ในความหมายทั่วไปที่คนไทยอย่างเราเข้าใจกันก็คือ...
พวกคนที่ใช้ชีวิตแบบหรูหรา หรือ พวกคุณหนู คุณชาย นะฮะ
ก่อนอื่นเราจะขอตอบสั้นๆเลยว่า ไม่จริงหรอก...
...มีรุ่นพี่หลายคนที่ถึงเวลาใกล้สอบก็ไปเหมา กระทิงแดง, M150
บ้างครั้งก็ยังมี Meeting มาม่า หน้า Seven - eleven
ซึ่งถ้าเทียบดูแล้วปัญหาและการใช้เงินก็ไม่ได้ over กว่าคนธรรมดาเลย

...ค่าเทอมของ มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ ก็ยังราคาถูกกว่าของ
มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาอินเตอร์ ซะอีก...ดูไม่ออกเลยว่า Hi - So ตรงไหน

แต่สิ่งที่ดูแล้วน่ากลัวที่สุดอาจจะเป็นหนังสือเรียนของมหาวิทยาลัยเอง
ซึ่งบางเล่มราคาก็เยอะมากถึง 800 บาท ทีเดียว (Chemistry)
บางเล่มก็ราคาแค่ 100 เดียว แต่ package ขายรวมปั่นไปได้ถึง 455 บาท

เรื่องที่น่าตกใจ สำหรับ ABAC ที่ดูจะน่ายอมรับได้ว่า Hi-So จริงๆ ก็คือ...
บริเวณนอกมหาลัย ส่วนที่เป็นร้านขายของต่างๆ มากมายฮะ
ซึ่งพ่อค้า แม่ค้า เหล่านี้ดูแล้วทำตัวเหมือนเป็นผู้มีการศึกษา มากกว่า
พ่อค้า แม่ค้า ในย่านบริเวณอื่นทั่วไป... สิ่งที่ต่างกันก็คือ...

พ่อค้าแม่ค้าพวกนี้ดูมีการ Sevice ที่ดีกว่า ไม่ใช่สั่งแต่จะขายอย่างเดียว
อย่างร้านขายของทอด เวลาซื้อเขาก็จะหยิบลงไปทอดใหม่ให้ร้อนๆเลย
ไม่ต้องบอกเลยว่า ช่วยทอดใหม่อีกรอบที่...
ร้านขาย ขนมโตเกียว เวลาเขาใส่ใส้ให้ผิด เขาก็ยังเปลื่ยนทำใหม่ให้หมด
ไม่เขี่ยเอาใส่เดิมออก หรือไม่ก็บังคับให้เราต้องซื้อแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังขอโทษเรา และยังใส่แถมมาให้อีกชิ้นหนึ่งด้วยฮะ
ประทับใจมากๆเลย >w<
ร้าน Seven - eleven แถวนั้นก็ไม่มี หมากฝรั่งขายด้วย โดนแบนเต็มที่
และแถวนั้นยังมี Sevensenth กับ McDonold อีกต่างหากฮะ

สรุปโดยรวมว่า ABAC เป็นสังคมที่ใครดูก็ต้องบอกว่า High - Society
แม้จริงๆแล้วมันจะเป็นแค่เขตชุมชนธรรมดาฮะ

วันแรกกับชีวิตใน ABAC

posted on 29 May 2007 01:28 by pcichigo  in Story

1st day in ABAC
(28 May 2007)

 

เรื่องราวมันเกิดขึ้นหลังจากที่ชีวิตคน คนหนึ่งจบ มัธยมปลาย...

หลังจากที่ได้ตรวจสอบผล Admission กลาง เมื่อราวๆ หลายสัปดาห์ก่อน
ก็พบกับข้อความ... "คุณไม่ผ่านการคัดเลือก" ...

หมายความว่า คะแนนสอบของคุณไม่สามารถเข้ามหาลัยที่คุณเลือกได้
ซึ่งขาดอีกเพียง 114 คะแนน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้บังเอิญ
ได้ลงไปเรียน มหาลัย จุฬาลงกรณ์ หรือ เกษตรศาสตร์...

สุดท้ายก็เหลือ เพียง 2 ที่ให้เลือกในช่วงเวลานั้น
ทุนมหาวิทยาลัยรังสิต ที่อยู่ตรงไหนของประเทศก็ไม่ทราบได้
กับมหาวิทยาลัย ABAC....



มหาวิทยาลัย ABAC (เอแบค) ที่หลายๆ คนชอบเรียกกัน
แต่จริงๆแล้วพัฒนามาจาก"โรงเรียนอัสสัมชัญพานิชยการ" ตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2512
ต่อมาเป็น "โรงเรียนอัสสัมชัญบริหารธรุกิจ" ในปี พ.ศ.2515 สังกัดกระทรวงศึกษา
และได้เปลื่ยนชื่อเป็น "วิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ" ในปี พ.ศ.2518 โดยสังกัด
ทบวงมหาวิทยาลัย และได้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า...
Assumption Business Administration College (ABAC) นั่นเอง
แต่จริงๆ แล้วในปี พ.ศ.2533 ได้รับการเลื่อนฐานะอีกครั้งเป็นมหาวิทยาลัย
และมีชื่อใหม่ว่า "มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ" หรือ Assumption University (AU)
ซึ่งเป็นตัวอักษรที่มีความสัมพันธ์กับสัญลักษณ์ธาตุ Au (ทองคำ)

...ถึงอย่างไรก็ดี ทุกคนก็ยังคงติดปากกับคำว่า ABAC มากกว่า AU อย่างน่าแปลกใจ

รองเท้าใหม่, หนังสือใหม่, ชุดนักศึกษาใหม่, ชีวิตใหม่, เพื่อนใหม่
ทุกอย่างดูแปลกหูแปลกตา ต่างกับชีวิตสมัยมัธยมมากมาย

แต่ในเศษเสี้ยวหัวใจของคน คนหนึ่งที่เพิ่งได้ก้าวเข้าไปสู่ ABAC วันแรก
สภาพแวดล้อมที่ผิดปกติ ร้านขายของที่มากมายจนไม่ต้องเดินหา
ชีวิตประหลาดๆของเด็กมหาลัย และความสับสนในตารางสอนที่วุ่นวาย

การเรียนในมหาลัย ABAC มีตารางสอนที่แทบไม่ได้จะเหมือนกันเท่าไรเลย
บางวันก็มีเรียนน้อยผิดคาด บางวันก็เรียนจนมีเวลากินข้าวเที่ยงแค่ครึ่งชั่วโมง
บางวันกลับไม่ต้องเรียน? ชีวิตผมเริ่มต้นที่คณะ Science & Technology
หลังจาก Meeting 1 และ Meeting 2 ผมพบว่าไม่ได้ประสบความสำเร็จในการ
รู้จักกันมากขึ้นแต่อย่างใด แต่พอได้ไปเข้า Log in camp ชีวิตก็ดูผิดแปลกไป

เรา... เริ่มที่จะพูดคุยกันมากขึ้น แม้จะยังไม่รู้จักชื่อของแต่ละฝ่าย
เรา... พูดคุยเรื่องเดียวกันได้ แม้ไม่ได้มาจากที่ ที่เดียวกัน
เรา... เริ่มที่จะพูดช่วยคนไม่รู้จัก แม้เราเองก็ไม่รู้เรื่องบ้างก็ตาม
เรา... มีความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนปมเชือกที่สับสน แต่ตัดไม่ขาด...

มีรุ่นพี่มากมายที่ค่อยใส่ใจดูแล มีเพื่อนมากมายที่ร้องหาแม้ไม่มีปัญหา
ชีวิตวันแรกใน ABAC จบลงด้วยการพูดคุยกัน แต่มันจะใช่การรู้จักกัน...

.....หรือมันจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไว้?.....