Our blog still in the progress of reconstructing theme.
We are sorry for an inconvenience while watching.
 
 

สวัสดีครับทุกคน

entry คราวนี้นั้น เกิดขึ้นโดยมีเหตุสืบเนื่องมาจาก entry "วันแรกกับชีวิต ABAC"

ซึ่งเป็น entry แรกของ blog ตั้งแต่เปิดมา และเป็น entry ยอดนิยมที่สุด ของ blog ผมเลย

(ผ่านมา 2 ปี ยังมีคน comment อีกนะ )

สำหรับ entry นี้นั้น ผมจะพูดคร่าวๆ และตอบปัญหาเล็กๆน้อยๆ ที่ถามกันมาละกันนะครับ

พวกเรื่องการเข้าเรียนที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Assumption University)  หรือ ABAC

แล้วก็จะขอพูดเฉพาะ การศึกษาระดับปริญญาตรี สำหรับคนไทยเท่านั้นนะครับ 

 

 

รายละเอียดทั้งหมดใน Entry นี้ประกอบด้วย

- 1. Introduction (คำนำเบื้องต้น)

- 2. How to apply and when to apply? (วิธีการสมัครเข้าเรียน)

- 3. Bachelor degree (สาขาการเรียนการสอน ระดับปรีญญาตรี)

- 4. Semester fees (ค่าเทอม)

- 5. Study and Grading System (ระบบการเรียนและการให้คะแนน)

- 6. Time to Graduate (ช่วงเวลาในการเรียนจบ)

- 7. Place and Environment (สถานที่และสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัย)

 

 

 

Introduction

 

 

เริ่มกันที่ตราของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Coat of arm) ดูๆ ไปก็เท่ดีนะ ฮะ ฮะ

มี คำขวัญ (Motto) อยู่้ว่า Labor Omnia Vincit (ความขยันชนะทุกสิ่ง)

ABAC เป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งแรกในประเทศไทย (International University)

คำว่า มหาวิทยาลัยนานาชาติ ก็หมายความว่า สอนด้วยภาษาอังกฤษทั้งหมดนั่นแหละครับ

ซึ่ง หนัีงสือ, จดหมาย, ใบเสร็จรับเงิน, ประกาศ, บัตรนักศึกษา ฯลฯ จะเป็นภาษาอังกฤษนะ

ดังนั้นถ้าต่อจากตรงนี้ไปผมเขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วอ่านไม่ออก ก็ทำใจนะครับ ฮา~

 

 

How to apply and when to apply?

 

Step 1 : ตรวจสอบช่วงเวลารับสมัคร

ช่วงเวลาในการรับสมัครนักศึกษาใหม่นั้น จะมี 2 ช่วงด้วยกัน คือ ต้นปี กับ กลางปี

เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Application filling periods for 1/2009 (Term/Year)

ต้นปี ก็จะเปิดรับช่วง ต้นเดือนมกราคม จนถึง กลางเดือนมีนาคม (เดือน 1 ถึงเดือน 3)

กลางปี ก็คือช่วง กลางกรกฎาคม จนถึง ต้นเดือนกันยายน (เดือน 7 ถึงเดือน 9)

 

Step 2 : ติดต่อกับทางมหาวิทยาลัย

ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ผมแนะนำว่าให้ไปติดต่อที่มหาวิทยาลัยโดยตรงเลยจะดีที่สุด

ซึ่งทางมหาวิทยาลัย จะมีห้องรับรองไว้ติดต่อโดยเฉพาะ โดยไปติดต่อได้ 2 ที่ ดังนี้นะครับ

1. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก (Hua Mak Campus)

592/3 Ramkhamhaeng 24,   (๕๙๒/๓ รามคำแหง ๒๔)
Hua Mak, Bangkok   (หัวหมาก, กรุงเทพ)
Thailand 10240   (ประเทศไทย ๑๐๒๔๐)
Tel. (662) 300-4553 to 62
Fax. (662) 300-4563

เป็นวิทยาเขตที่ค่อนข้างเล็กตามความเห็นผม ใหญ่กว่าพวกโรงเรียนมัธยมปลายนิดหน่อย

ผมแนะนำให้มาติดต่อที่นี้นะครับ เพราะว่ามันค่อนข้างจะใกล้กว่า ก็ึึคงจะประหยัดค่ารถกว่า

ซึ่งวิทยาเขตนี้จะอยู่บริเวณถนนด้านหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั่นแหละ

2. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Campus)

88 Moo 8 Bang Na-Trad Km. 26   (๘๘ หมู่ ๘ บางนาตราด กิโลเมตรที่ ๒๖)
Bangsaothong, Samuthprakarn   (บางสาธร, สมุทปราการ)
Thailand 10540   (ประเทศไทย ๑๐๕๔๐)
Tel. (662) 723-2222
Fax. (662) 707-0395

แค่เห็น address ก็คงจะงงกันแล้วล่ะมั้งครับ ว่ามันอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย 55

ก่อนหน้านี้จะเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า วิทยาเขตบางนา (Bang Na Campus)

เป็นวิทยาเขตที่ใหญ่มากๆเลยล่ะ เพิ่งสร้างมาได้ไม่นานและก็กำลังสร้างเพิ่มอยู่ด้วย 

ผมคงบอกได้แค่ว่ามันตั้งอยู่เลย สนามบินสุวรรณภูมิ ไปอีกนะ ถ้าเดินทางจากกรุงเทพ

 

Step 3 : ซื้อใบสมัคร, กรอกแบบฟอร์ม, และยื่นเอกสารสำคัญ

หลังจากที่ไป ถึงห้องรับรองของมหาวิทยาลัย ก็ซื้อใบสมัครได้ที่นั่นเลยล่ะครับ

ราคาของใบสมัครจะประมาณ 500 บาท มั้งนะ ถ้าผมจำไม่ผิด (ถ้าผิดก็ขอโทษด้วยนะครับ)

โดยจะมีหนังสือคู่มือ (ฺีBulletin) แถมมาให้ด้วยนะครับ หนาประมาณ 450 หน้า พิมพ์สี สวยดี

ภายในจะประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับรายวิชา ของแต่ละคณะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าเอามาอ่าน

ก็จะรู้ว่าีแต่ละึึคณะ มีวิชาอะไรให้เรียนบ้าง แล้วในแต่ละวิชา เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

หลังจากตัดสินใจเลือกคณะได้แล้วก็กรอกข้อมูล ลงในใบสมัครพร้อมทั้งยื่นส่งเอกสารสำคัญ

ซึ่งก็คือพวก สำเนาทะเบียนบ้าน, สำ้เนาบัตรประชาชน, สำเนาใบจบการศึกษา, สำเนารูปถ่าย

ก็น่าจะมีประมาณนี้นะครับ สำหรับกรณีปกติ ถ้ามีกรณีอื่นๆ เช่น เปลี่ยนชื่อ ก็ต้องใช้เอกสารเพิ่ม

เพียงเท่านี้ คุณก็ถือว่าได้เข้า่มาในรั้วมหาวิทยาลัย ครึ่งตัวแล้วล่ะครับ 

 

Step 4 : เข้ารับการสอบทันที พร้อมเรียนปรับพื้นฐาน

หลังจากที่ส่งใบสมัครแล้ว เขาก็จะให้สอบทันทีเลย ในห้องรับรองนั่นแหละ ซึ่งปกติแล้วจะเป็น

การสอบวัดความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นข้อสอบแบบตัวเลือก ABCD ทั้งหมด

หลังจากสอบเสร็จ เขาจะตรวจและรู้ผลในทันที ซึ่งผลลัพท์จากการสอบจะมีอยู่ 4 กรณีดังนี้

1. กรณีแย่สุดๆ (ผมไม่มั่นใจนะครับ แต่น่าจะประมาณต่ำกว่า 50%)

เขาก็จะให้เลือกวันและเวลาที่สะดวก เพื่อเรียนปรับพื้นฐานแบบเข้มข้น (Intensive course)

เกี่ยวกับพื้นฐานของภาษาอังกฤษเป็นเวลารวมทั้งหมด 120 ชั่วโมง (Basic English 120 hrs.)

หมายความว่าเรียนวันละ 3-5 ชั่วโมงนะครับ ไม่ใช่เรียนที่เดียว 120 ชั่วโมง เดี๋ยวจะตายซะก่อน

เมื่อจบหลักสูตร จะมีการสอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเทียบระดับใหม่

2. กรณีปานกลาง (ผมไม่มั่นใจนะครับ แต่น่าจะประมาณระ่หว่าง 50% - 75%)

เขาก็ยังคงให้เรียนปรับพื้นฐานแบบเข้มข้น (Intensive course) อีกเช่นกันครับผม เพียงแต่

จะเป็นการเรียนพื้นฐานของภาษาอังกฤษเป็นเวลาทั้งหมด 60 ชั่วโมง (Basic English 60 hrs.)

เมื่อจบหลักสูตร ก็จะมีสอบเพื่อเทียบระดับใหม่

*(ตอนแรกกะว่า คงได้กรณีที่ 3 แต่ ผมดันได้อันนี้ไปล่ะครับ ต้องขอยอมรับเลยว่าสอบยาก
พอดูเหมือนกัน เพราะขนาดอังกฤษสมัยตอนมัธยมของผม เกรด 4 ตลอด 6 ปี เลยนะนี่ )

3. กรณีค่อนข้างดี (ผมไม่มั่นใจนะครับ น่าจะประมาณระหว่าง 75% - 95%)

เรียน Intensive course ของ Basic English 30 hrs. จบหลักสูตร ก็สอบอีกครั้งครับผม

4. กรณีดีมากๆ (ผมไม่มั่นใจนะครับ น่าจะประมาณระหว่าง 95% - 100%)

เรียน Intensive course ของ Basic English 15 hrs. จบหลักสูตร ก็สอบอีกครั้งครับผม

 

โดยกรณีทั้งหมดนั้น หลังจบหลักสูตรก็ืจะสอบ เพื่อจะเทียบดูว่าคุณนั้นเหมาะกับภาษาอังกฤษ

ระดับไหน Basic English 120 hrs., Basic English 60 hrs., English I, หรือ English II

สำหรับคนที่หลังเรียน Intensive course แล้วก็สอบ แล้วก็ได้ผลสอบ เป็น Basic English อีก

นั่นก็หมายความว่า ตอนเปิดเรียนนั้น จะเรียนช้ากว่าเพื่อนๆคนอื่นไป 1 วิชา นะครับผม

แต่ถ้าได้ English I ก็จะเท่ากับปกติตาม แผนการเรียนของมหาวิทยาลัย (Study plan)

และุ่ถ้าได้ English II นั่นก็หมายความว่า จะได้เรียนเร็วกว่าคืนอื่นไป 1 วิชา ครับ

อนึ่ง การเรียน Intensive course นั้นจะเสียเงินค่าเรียนด้วย (ชั่วโมงเรียนน้อยก็จะถูกมากขึ้น)

ข้อดีของการเรียนแบบนี้ก็คือ เราจะได้ชินกับภาษาอังกฤษใน ABAC ซึ่งบอกตามตรงว่าตอน

ผมไปเรียนนั้น ผมรู้สึกเหมือนกับว่า ภาษาอังกฤษมันยังมีอะไรที่ต้องเรียนอยู่อีกเยอะเลยล่ะครับ

และนอกจากนี้ ก็ยังได้เพื่อนตั้งแต่ก่อนเริ่มไปเรียนอีกต่างหาก เพราะเพื่อนที่ไปเรียนพวกนี้

บางคนก็จะเข้าคณะเดียวกับที่เราเลือกด้วยนะครับ (ตอนเรียน Intensive ยังไม่ได้แยกคณะ)

ใช่มั้ย จักร? เราเรียนด้วยกันตั้งแต่ Intensive ใช่มั้ย? (พูดชื่อไป ก็คงไม่มีใครรู้จักมั้ง 55)

ทั้งนี้ ทั้งนั้น สามารถใช้คะแนนจากการสอบ IELT และ TOFEL เพื่อข้ามการเรียนพวกนี้ได้เลย

(แต่คะแนน ต้องสูงมากๆ 70% - 80% ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้ยื่นไปก็ยังต้องเรียน Basic English)

*อาจจะมีการสอบพิเศษอื่นๆ แล้วแต่คณะด้วยในบางครั้ง

เช่น การสอบสัมภาษณ์ (Interview), สอบทฤษฎี (Theory), สอบออกแบบ (Design)

สอบวาดเขียน (Drawing), สอบฟิสิกส์ (Physics) และ ทดสอบการแสดง (Audition)

(เท่าที่รู้มาได้แก่คณะ Business Administration, Arts, Comunication Arts และ Architecture)

 

Step 5 : เข้าร่วมงานสำคัญประจำมหาวิทยาลัย

ซึ่งหลังจากที่ส่งใบสมัครแล้ว เขาก็จะมีใบตารางวันงานสำคัญทีจำเป็นต้องมาประมาณ 3 - 4 งาน

พร้อมกับใบยืนยัน ซึ่งจะเป็นตารางว่างๆ แล้วก็มีเขียนชื่อและเวลางาน (จำไม่ค่อยได้ล่ะ นานแล้ว)

ซึ่งใบยืนยันนี้ เอาไว้สำหรับเก็บสะสม สแตมป์หรือลายเซ็น เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราไปงานมาแล้ว

โดยหลังจากนั้น ในขั้นสุดท้ายของการส่งใบสมัคร เขาจะขอให้เอาใบยืนยันนี้แนบติดมาด้วย

ดังนั้นใครไม่ได้ไป ก็เตรียมใจได้เลยครับ สำหรับคนที่ทำตามข้อตกลงครบทุกอย่างแล้วล่ะก็

หลังจากจุดนี้ไปก็ เรียกได้ว่าคุณเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เต็มตัวอย่างแท้จริง

สำหรับงานสำคัญ จะเป็นพวก งานปฐมนิเืทศ (Orientation), งานรับน้อง (Freshy day) 

 

Step 6 : ติดตามข่าวสารจากทางคณะ

หลังจากนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นความรับผิดชอบของแต่ละคณะแล้วครับ แตกต่างกันออกไป

สำหรับคณะผม ก็จะมี Meeting กัน 2 ครั้ง เพื่อทำความรู้จัก และทำกิจกรรม ร่วมกัน กับรุ่นพี่

และก็จะมี งานรับน้องของคณะ (ส่วน Freshy day นั้นของมหาวิทยาลัย) ซึ่ง...โฉดมาก 55

ส่วนพวก วันทำบัตรนักศึกษา แล้วก็วันเลือกตารางเรียนครั้งแรก ก็มีพวกรุ่นพี่มาดูแลให้ด้วยล่ะ

ขอบคุณ พี่ท๊ิอป, พี่เค้ก, พี่หลี่ และ พี่คนอื่นๆ มากนะครับ (เขียนครบทุกคนแล้วเดี๋ยวยาว 55)

 

หาข้อมูลเพิ่มเติ่มได้ที่

http://www.au.edu

http://www.admissions.au.edu

 

 

Bachelor Degree

สำหรับระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัญอัสสัมชัญนั้น มี่ให้เลือกทั้งหมด 10 คณะนะครับ
(สมัยก่อนมีเยอะกว่านี้ แต่โดนยุบรวมไปหมดแล้วเป็นส่วนใหญ่)

 

Faculty of Business Administration

http://www.sm.au.edu

สำหรับคณะที่มีคนเ้รียนเยอะที่สุด, โ่ด่งดังที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุด ในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ก็คือ คณะพาณิชยศาสตร์ หรือเรียกกันอีกชื่อว่า BBA (Bachelor of Business Administration)

หลักสูตรการเรียนการสอนแบ่งเป็น Major ตามนี้

- Marketing (การตลาด)

- Management (การจัดการ)

- Finance and Banking (การเงินและการธนาคาร)

- Accounting (การบัญชี)

- Business Information System (ระบบข้อมูลธุรกิจ) [น่าจะเกี่ยวกับการดูแลข้อมูลบริษัท?]

- Hospitality and Tourism Management (การจัดการด้านการท่องเที่ยว และการต้อนรับ)

- International Business Management (การจัดการธุรกิจสากล) [เข้าใจว่า ส่งออกสินค้า]

- Real Estate (อสังหาริมทรัพย์) [เกี่ยวกับพวกที่ดิน]

- Industrial Management (การจัดการอุตสาหกรรม) [จัดการดูแลโรงงาน]

- Property and Casualty Insurance (ประกันอุบัติเหตุ และทรัพย์สิน)

- Life Assurance (ประกันชีวิต)

 

Faculty of Arts

http://www.arts.au.edu

ตามมาติดๆ สำหรับคณะที่มีคนเรียนค่อนข้างเยอะรองลงมา ก็คือ คณะศิลปศาสตร์ ครับ

หลายคนเข้าใจผิดว่า คณะนี้คือสอนพวกวาดรูป, การแสดง, ร้องเพลง หรืออะไรทำนองนี้

ขอบอกเลยว่าไม่ใช่เลยนะครับ ความจริงแล้ว สำหรับคณะนี้ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญนั้น

ก็คล้ายๆกับ คณะอักษรศาสตร์ รวมกับ คณะสังคมศาสตร์ ครับผม ซึ่งจะเป็นการเรียนเกี่ยว

กับพวกการสื่อสารด้านภาษาเป็นส่วนใหญ่ โดยแบ่งเป็น Major อีกตามนี้

- Business English (ธุรกิจอังกฤษ)

- Business Chinese (ธุรกิจจีน)

- Business French (ธุรกิจฝรั่งเศส)

- Business Japanese (ธุรกิจญี่ปุ่น)

[ไม่รู้จะแปลยังไงดี ก็คือ เรียนเกี่ยวกับสังคม และภาษา ของประเทศนั้นๆ น่ะแหละครับ]

 

Faculty of Communication Arts

http://www.ca.au.edu

อีกหนึ่งคณะที่คนเรียนเยอะไม่แพ้กัน ก็คือ คณะนิเทศศาสตร์ รู้สึกว่าตราของคณะนี้

จะเปลี่ยนบ่อยมาก ผมก็เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าอันนี้มันตราใหม่หรือตราเก่านะครับ

(BBA กับ Arts ก็เปลี่ยนเหมือนกัน แต่รูปร่างยังใกล้เคียงของเก่า) แบ่ง Major เลยตามนี้

- Advertising (การโฆษณา)

- Public Relations (การประชาสัมพันธ์)

- Performance Communication (การสื่อสารการแสดง)

- New Media Communication (การสื่อสารสื่อใหม่)
  * เพิ่มเติม : เป็นการเรียนแนวสื่อใหม่ เช่น พวกภาพยนต์ และ มัลติมีเดีย

- Visual Communication Arts (นิเทศศิลป์)
  * เพิ่มเติม : ระบบ, วิชาเรียน และ หลักสูตร ค่อนข้างจะต่างจากปกติ

 

Faculty of Science and Technology

http://www.scitech.au.edu

มาถึงคณะผมซะที เป็นคณะที่คนค่อนข้างน้อยพอดู ชนิดที่ว่าจำหน้ากันได้แทบทุกคน 55

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกหนึ่งคณะที่หลายคนไม่รู้ว่ามีอยู่ใน ABAC ด้วย

(และเชื่อเถอะว่า คณะต่อจากนี้ไปคนจะน้อยมากๆ และ ไม่ค่อยมีคนรู้จักเลยล่ะ) แบ่ง Major ดังนี้

- Computer Science (วิทยศาสตร์คอมพิวเตอร์) [Programming ล้วนๆ หลายภาษามาก]

- Information Technology (เทคโนโลยีสารสนเทศ) [เรียน Database และ Programing]

- Telecommunications Science (วิทยศาสตร์การสื่อสาร) [อันนี้ออกไปทางพวกโทรศัพท์]

- Business Data Analysis (วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ) [Statistic เลข ล้วนๆ ครับ อันนี้ ]

- Technology Management (การจัดการเทคโนโลยี) [ออกแนวบริหาร 80%]

 

Faculty of Engineering 

http://www.eng.au.edu

เป็นเรื่องที่แปลกมากที่นักศึกษาใน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ทุกมหาวิทยาลัยจะมีลักษณะ

ท่าทางที่เหมือนกันหมด แปลกดีนะ? พูดถึง Major เลยดีกว่า

- Electrical and Electronics Engineering (วิศวะช่างเครื่องใช้ไฟฟ้า และวงจรไฟฟ้่า)

- Computer and Network Engineering (วิศวะคอมพิวเตอร์ และเครือข่าย)

- Telecommunication and Electronic Engineering (วิศวะการสื่อสาร และวงจรไฟฟ้่า)

- Mechatronics Engineering (วิศวะจักรกล)

 

Faculty of Biotechnology

http://www.biotech.au.edu

อีกหนึ่งคณะในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่ไม่ค่อยมี่คนรู้จักกัน ก็คือ คณะเทคโนโลยีชีวภาพ

แบ่งออก เป็น 2 Major นะครับผม

- Agro Industry (อุตสาหกรรมการกเษตร)

- Food Technology (เทคโนโลยีการอาหาร) [แปลไม่สวยเท่าไร ขอโทษด้วยนะครับ]

 

Faculty of Law

http://www.law.au.edu

คณะนิิติศาสตร์ เป็นคณะเดียวของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่มีการเรียนเป็นภาษาไทยอยู่่

ค่อนข้างเยอะพอควร เนื่องจากต้องใช้กฎหมายของไทย จึงต้องเรียนด้วยหนังสือกฎหมายไทย

ไม่มี Major แยกนะครับ สำหรับคณะนี้ หมายความว่าได้เจอเพื่อนร่วมเรียน แทบทุกวิชา

 

Faculty of Architecture

http://www.arch.au.edu

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก็เป็นอีกคณะหนึ่งที่แปลกมากๆ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

เพราะเป็นคณะเดียวที่มีหลักสูตรเรียน 5 ปี ครับ มี Major แยกอีกเป็น 2 คือ

- Architecture (สถาปัตยกรรม)

- Interior Architecture (สถาปัตยกรรมภายใน)

 

Faculty of Nursing Science

http://www.nurse.au.edu

คณะพยาบาลศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นคณะที่มีผู้หญิงเรียนเยอะที่สุด (แน่นอน)

มีการกำหนด ส่วนสูง น้ำหนัก และ ความประพฤติ ก่อนรับสมัคร ดังนั้นก็ไม่ใช่จะเข้าได้ง่ายๆ นะ

 

Faculty of Music

http://www.music.au.edu

คณะดนตรี (ไม่รู้จะเรียกชื่อไทยว่าอะไร เพราะรู้สึกเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่มีคณะแบบนี้ )

เป็นคณะที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานครับผม ประกอบด้วย 2 Major ก็คือ

- Music Business (ธุรกิจดนตรี)

- Music Performance (การแสดงดนตรี)

 

 

Semester fees

เนื่องจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ใช้หลักสูตรนานาชาติ ของประเทศไทย

แต่จะมีสักกีั่คนกันที่รู้ว่า ค่าเทอมของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นั้นถูกที่สุดในประเทศไทยเช่นกัน

เมื่อนำไปเทียบกับ การเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยอื่นๆ

(ผมไม่ได้ระบุนะครับ ว่ามหาวิทยาลัยอื่นที่ว่านี่คือ มหาวิทยาลัยมหิดล )

ตารางค่าเทอมยอดรวม ต่อจากนี้ผมจะเรียงลำดับจาก คณะที่ถูกที่สุด ไปถึงที่แพงที่สุดนะครับ

*ตารางราคานี้เป็นของปี 2008 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยในปัจจุบัน

*ราคาทั้งหมดด้านล่างนี้เป็นการกะประมาณ และได้ทำการรวมค่าอุปโภคและบริโภคอื่นๆแล้ว

เช่น ค่าไฟ, ค่าน้ำ, ค่าเครื่องปรับอากาศ, ค่าเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ ฯลฯ รวม 4 ปีเรียบร้อย

 Faculty Semester fees
 Year  Total fees
 Arts - Business English
 45,232  4  361,850
 Law  46,069  4  368,550
 Business Administration
 46,532  4  372,250
 Communication Arts - Advertising
 46,945  4  375,550
 Arts - Business France
 47,913  4  383,300
 Arts - Business Chinese
 49,150  4  393,200
 Arts - Business Japanese
 49,150  4  393,200
 Nursing Science  50,175  4  401,400
 Communication Arts - Visual Arts
 50,288  4  402,300
 Biotechnology  52,275  4  418,200
 Engineering  57,388  4  459,100
 Science and Technology  59,169  4  473,350
 Architecture  50,495  5  504,950
 Music - Music Business
 64,257  4  514,050
 Music - Music Performance
 64,938  4  519,500

*Major ที่เลือกไม่อยู่ในตาราง ขอให้ดู Major ที่ใกล้ๆแทนนะครับ เช่น PR ก็ดู Advertising แทน

*บางคณะทุก Major ราคาใกล้เคียงกันจึงไม่ได้แยกนะครับผม เช่น Science and Technology

 

 

Study and Grading System

ระบบ การให้คะแนนของ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษแทนตัวเลข

A(4.00), A-(3.75), B+(3.25), B(3.00), B-(2.75)

C+(2.25), C(2.00), C-(1.75), D(1.00), และ F(0.00)

*และอื่นๆที่ขอไม่พูดถึงนะครับ เช่น R, S, U, W, WF, AUD, I, WP/IP, NR, TR 

 

โดยหลายๆวิชาส่วนใหญ่จะแบ่งคะแนนจากทั้งหมด 100% เป็นส่วนๆ ลักษณะนี้

 Assignment  10 %
 Project / Report
 10 %
 Quiz  10 %
 Class participation  5 %
 Attendance  5 %
 Midterm Examination
 20 %
 Final Examination
 40 %

*บางวิชาอาจใช้ระบบที่ต่างออกไป สามารถตรวจเช็คได้จาก Course outline ครับ

- ในแต่ละวิชานั้นสามารถขาดเรียนได้ 8 คาบ แต่ถ้าสาย 2 หรือ 3 คาบ จะคิดเป็นขาด 1 คาบ
  หากขาดเกินจะไม่มีสิทธิ์สอบครับผม

- ในแต่ละคณะจะมีวิชาบังคับ (Major requirement course) ต้องเรียนให้ได้ "C" ขึ้นไป
  ถ้าหากได้ต่ำกว่านั้น จะต้องเรียนวิชาดังกล่าวอีกรอบครับ

 

สำหรับผู้ทีคิดว่าตัวเองเรียนดี

- ถ้าเทอมใดก็ตามที่นักศึกษามีเกรดเฉลี่ยรวมแล้วค่อนข้างสูง จะได้รับรางวัลตามนี้
  3.25 ขึ้นไป จะได้รับการบันทึกชื่อใน Academic List Honors
  3.50 - 3.99 จะได้รับใบ Special Certificate of Honors จากผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย
  4.00 จะได้รับใบ Special Certificate of Honors จากสภามหาวิทยาลัย

- หากนักศึกษาสามารถเรียนจบได้ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.25 ขึ้นไป จะได้รับใบ Honor ดังนี้
  3.25 - 3.49 จะได้รับ Cum Laude (เป็นภาษาละติน แปลว่า ทองแดง)
  3.50 - 3.79 จะได้รับ Magna Cum Laude (เป็นภาษาละติน แปลว่า เงิน)
  3.80 - 4.00 จะได้รับ Summa Cum Laude (เป็นภาษาละติน แปลว่า ทอง) 

- การรับรางวัลเหล่านี้ จะจัดขึ้นในงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งนับว่าหรูมาก

- การรับรางวัลเหล่านี้ ยังจำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขปลีกย่ิอย อื่นๆด้วย เช่น ได้ C ขึ้นไปทุกวิชา

- ผู้ที่เรียนจบมาด้วย Summa Cum Laude Honor จะได้รับการจารึกชื่อในหอประชุม

- เล่ากันมาว่า Summa Cum Laude ทำมากจากทองจริงๆ (จริงหรือเปล่าไม่รู้นะครับ )

- เกรดเฉลี่ยนที่ได้มาหลังจากเรียนช่วง Summer จะไม่นับ จนกว่าจะขึ้นเทอมใหม่

 

สำหรับผู้ที่คิดว่าตัวเองคงเรียนได้ไม่ค่อยดี

- หากเทอมใดก็ตามที่นักศึกษามีเกรดเฉลี่ยรวมแล้วต่ำกว่า 2.00 จะถือว่าติด Probation

- ถ้ามีเกรดเฉลี่ยรวม 1.50 - 1.99 จะติด High Probation ซึ่งถ้าติดเป็นเวลาติดต่อกัน
  รวมแล้ว 4 เทอม จะโดน Dismissal (หรือจะเรียก Retire หรือ ไล่ออก ก็อันเดียวกันนั่นแหละ)

- แต่ถ้ามีเกรดเฉลี่ยรวม 1.00 - 1.49 จะติด Low Probation ซึ่งถ้าติดเป็นเวลาติดต่อกัน
  รวมแล้ว 2 เทอม จะโดน Dismissal อีกเช่นกัน

- หากเกรดเฉลี่ยรวมแล้วต่ำกว่า 1.00 ก็จะโดน Dismissal ทันที

- เกรดเฉลี่ยนที่ได้มาหลังจากเรียนช่วง Summer จะไม่นับ จนกว่าจะขึ้นเทอมใหม่ 

 

 

Time to Graduate

ตามแผนการเรียนของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Study Plan) ทุกคณะจะมีระยะเวลาการจบ

อยู่ที่ 4 ปีครับผม ยกเว้นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (Faculty of Architecture) ที่เรียน 5 ปี

แต่ถ้ามาคิดกันจริงๆ บางคนก็ไม่ได้จบ 4 ปีแน่ๆ หรอกครับ บางคนก็ใช้เวลาเร็วกว่าคนอื่น

หรือมากกว่าคนอื่น ก็แล้วแต่ความเก่งในการเรียน, ระเบียบวินัย และ คณะก็มีส่วนเต็มๆ

ถ้าสงสัยว่าคณะ มีส่วนเต็มๆ อย่างไรผมจะขอวิเคราะห์ให้ฟังเลยนะครับ

 

คนที่จะเรียนจบเร็วได้ไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนก็ตาม จำเป็นที่จะต้องเรียน Summer อย่างยิ่ง

สำหรับคณะที่คนเยอะๆ อย่าง BBA, Arts, และ ComArts จะไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับ Summer

สักเท่้าไร แต่... อีก 7 คณะที่เหลือ มีคนเรียนน้อยๆนั้น แทบจะทุกวิชาไม่มีเปิด Summmer เลย

หรือพูดง่ายๆก็คือ จะเสียโอกาศจบเร็วไปถึง 6 - 8 Summer ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 12 - 16 เดือน

ซึ่งเท่าที่ดูแล้ว ก็จะเป็นช่วงเวลาประมาณ 1 ปีเศษๆ นั่นเอง ดังนั้นสำหรับบางคณะอย่างคณะผม

เรียนจบ 4 ปีครึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่แปลกเลยครับ ในทางกลับกันถ้าจบ 3 ปี ก็นับว่าอภินิหารมากๆ

(ถ้าใครมาบอกผมว่า จบคณะอื่น 4 ปี แต่เรียน Summer ด้วยทุกปี ผมจะรู้สึกว่าแปลกนะครับ 55) 

ดังนั้นถ้าใครที่จะเข้า ABAC แล้วอยากจบไวๆ ผมก็แนะนำให้เรียน BBA, Arts และ ComArts ครับ

แต่ถ้าอยากเ้รียนคณะอื่น และอยากจบไวอีก! ก็ต้องห้ามตกเลย แม้แต่วิชาเดียวนะ หุหุ

 

อีกเรื่องหนึ่งที่มักมีปัญหากันมาก ก็คือวิชา Ethic Seminar ซึ่งนักศึกษาทุกคนต้องเข้าเรียน

มีสอนแค่เพียง เทอมละ 1 ครั้ง และไม่มีการให้เกรดคะแนน (แต่มีบอกว่า ผ่้าน หรือ ไม่ผ่าน)

และต้องเรียน 8 ครั้ง รวม 4 ปี จนจบนั่นแหละครับ ถ้าขาดหรือไม่ผ่่านไปสักครั้งจะถือว่า ยุ่งละ

เพราะถ้าหากไม่ผ่้านครบทั้ง 8 ครั้ง จะไม่มีสิทธิ์จบนะครับ (อย่าลืมว่าเปิดแค่เทอมละ 1 ครั้งอีก)

ดังนั้นสำหรับนักศึกษาที่เข้าใหม่ ก็อย่าลืมตรวจเช็คกันล่ะ

 

 

Place and Environment

มหาวิทยาลัยมี่ทังหมด 3 วิทยาเขตนะครับ คือ Hua Mak, Suvarnabhumi, และ City Campus

 

City Campus 

Zen Department Store @ CentralWorld, 14th floor.,
4,4/5 Rajdamri Road, Phatumwan, Bangkok
Thailand 10330
Tel. (662) 1009115-8, Fax (662) 1009119

ไม่แน่ใจเท่าไร แต่คิดว่าน่าจะเป็นที่เรียนของปริญญาเอก ดังนั้นผมขอไม่พูดถึงละกันนะครับ

 

Hua Mak Campus

592/3 Ramkhamhaeng 24,
Hua Mak, Bangkok
Thailand 10240
Tel. (662) 300-4553 to 62
Fax. (662) 300-4563

สำหรับวิทยาเขตนี้นั้นไม่ค่อยจะใหญ่นัก กำลังจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นที่เรียนสำหรับปริญญาโท

แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีนักศึกษาปริญญาตรี ที่ยังคงต้องเดินทางมาเรียนที่นี้กันอยู่บ้างเป็นบางวิชา

และก็ยังมีคณะของปริญญาตรี ยังอยู่กันอีกบางคณะ ที่ยังคงต้องเรียนกันอยู่ที่นี้อีกเป็นประจำ

เช่น คณะ Science and Technology, Engineering, Biotechnology (คณะวิทย์หมดเลย

สำหรับ Law, Nursing Sciecne, Architecture และ Music ผมเข้าใจว่าน่าจะย้ายไปหมดแล้วนะ

 

Suvarnabhum Campus

88 Moo 8 Bang Na-Trad Km. 26
Bangsaothong, Samuthprakarn
Thailand 10540
Tel. (662) 723-2222
Fax. (662) 707-0395

กลายเป็นวิทยาเขตหลักของนักศึกษาปริญญาตรีไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับวิทยาเขตสุวรรณภูมิ

อีกหน่ิอยนักศึกษาปริญญาตรีทุกคนจะมาเรียนที่นี้กันทั้งหมดครับ ห่างไกลเมืองพอควร

(สำหรับคณะที่ยังไม่ได้ย้ายมา นั่นก็เพราะว่าตึกคณะยังสร้างไม่เสร็จนั่นเอง)

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมขออนุญาติยืมภาพถ่ายทางอากาศมาเพื่อแสดงแผนที่ภายในหน่อยละกัน

Credit : Thai Flying Club
(http://www.thaiflyingclub.com/linkpicturestodownload.html)

ภาพที่เห็นนี่คิดว่าน่าจะ 3-4 ปี มาแล้ว เพราะตึกด้านขวา ของถนนเชื่อมตรงกลาง ยังไม่สร้าง

เป็นภาพที่ ถ่ายมาจากด้านหลังของมหาวิทยาลัยนะครับ ผมขอถือวิสาสะเขียนเลขเติมไปหน่อย

1. ประตูใหญ่ทางเข้าของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

2. หอประชุมสัมมนา

3. โบสถ์

4. ตึก Cathedral of Learning (ตรงกลาง)
เป็นที่สำหรับติดต่อ, ห้องทำงาน, ห้องพักครู, ฯลฯ กล่าวง่ายๆ ก็คือเป็นอาคาีีรสำนักงานนั่นเอง
บริเวณชั้นใต้ดินจะเรียกว่าเป็นห้างก็ได้ ติดเครื่องปรับอากาศ มีร้านอาหาร, ร้านหนังสือ, ธนาคาร
ร้านขายของ, และ ร้่านขายเสื้อผ้าอยู่ เยอะพอควร รวมๆ แล้วก็มีประมาณ 30 - 50 ร้านครับผม
ร้านดังๆ อย่าง Mister Donut, หรือ S&P ก็มีเช่นกัน

บริเวณตึกรอบๆ ที่ยาวๆ จะเป็นอาคาีรห้องเรียน และ ห้องสันธนาการ เช่น ห้องออกกำลังกาย
ห้องซาวน่า, ห้องพูล(สนุกเกอร์) และ อื่นๆ

5. ตึำกให้บริการคอมพิวเตอร์ และ ตึกคณะอื่นๆ (กำลังสร้างเพิ่ม) น่าจะมีอยู่ราวๆ 7 ตึก

6. ที่จอดรถกลางแจ้ง มีศูนย์บริการ รถรับ-ส่ง ที่นี่

7. ABAC mal เป็นห้างไม่ใหญ่มาก มีร้านค้าอยู่ประมาณ 20 - 30 ร้าน 

8. ตึกใหญ่ๆ สูงๆ 3 ด้าน เป็นหอพัก ส่วนตึกที่สูงๆ เล็กๆ ด้านหน้าเป็น พิพิธภัณฑ์ ครับผม

9. อาคาีรกีฬาและสระว่ายน้ำ

10. อาคารหอประชุมใหญ่
(ผมไม่แน่ใจนะครับว่าใช่หรือเปล่า เพราะในภาพมันยังไม่ได้สร้าง แต่ผมจำได้ว่ามันมี 2 อาคาีร
หรือ บางทีผมอาจจะจำ เบอร์ 9 กับ เบอร์ 10 สลับกัน ต้องขอโทษด้วยนะครับ ไม่ค่อยได้ไป)

11. อะไรสักอย่างที่ยังสร้างไม่เสร็จ??
เพราะจากตามแผนการสร้างแล้ว ภาำพถ่ายกลางอากาศที่ท่านเห็นเป็นเพีัยงแค่ 50% เท่านั้นเอง
หรือพูดง่ายๆ คือ ตึกที่เห็นทั้งหมดนี่แค่ ครึ่งเดียวเองครับ (ุถ้า 100% มันจะขนาดไหนเนี่ย )

 

 

Entry นี้ผมใช้เวลาเขียนรวมเกือบตั้ง 5 วัน หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ

สำหรับใครที่จะเอาขอความทั้งหมดนี้ ไปเผยแพร่ล่ะก็ช่วยบอกผมด้วยนิดหนึ่งนะครับ

หรืออย่างน้อยก็ Credit ไว้ด้วยก็ดีนะ เพราะผมเขียนเองทั้งหมด เหนื่อยพอดูเลย

สำหรับคนที่ทิ้ง เมล์ หรือ เบอร์โทร ไว้ ผมไม่เคยทำการติดต่อกลับไปนะครับผม

เพื่อเป็นการป้องกันผู้ประสงค์ไม่ดีทำการแอบอ้าง ขอให้อย่าทิ้งเบอร์โทรหรือเมล์ไว้ในที่นี้นะครับ

และถ้าหากพบข้อผิดพลาด หรือ มีปัญหาสามารถ comment ทิ้งไว้ได้เลยนะครับ 

จะตามมาแก้อยู่เรื่อยๆ ขอบคุณที่ติดตามครับผม

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

New media communication ของคอมอาร์ทจะออกไปแนวสื่อใหม่ แนวภาพยนตร์ มัลติมีเดียอะไรพวกนี้มากกว่า

ส่วน Visual Communication Arts คือ นิเทศศิลป์ หลักสูตรต่างจากนิเทศศาสตร์แบบธรรมดา และถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าคณะเดียวกัน แต่ทั้งระบบ วิชาเรียน นั้นต่างกันมากมาย

#1 By nighty on 2009-02-06 19:11

ขอบคุณ comment บน มากครับ
พอดีว่าไม่ได้เรียนคณะ Communication Arts เลยไม่รู้ลายระเอียด Major สักเท่าไร big smile

#2 By PC ichigo on 2009-02-06 19:14

...อืม ข้อมูลแน่นเลยbig smile

#3 By miiself on 2009-02-06 19:16

สนองนี้ดไปได้อีกหลายปี open-mounthed smile

#4 By [ i ]Rin on 2009-02-06 19:31

คณะดนตรี << มีที่ม.มหิดลอีกที่ครับ
แต่ที่นั่นจะเรียกว่าเป็นวิทยาลัย
ใช้ชื่อว่าวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ครับ


ปล. ตรามหาลัยเป็นอันเดียวกับตราโรงเรียนประถม/มัธยมผมเลย ฮะๆ

Labor Omnia Vincit~ วิริยะ อุตสาหะ นำมาซึ่งความสำเร็จ~ Labor Omnia Vincit~♪
ถ้าม.ปลายเนกิได้ไปอินเดีย

จบมาคงไม่พ้นABACสินะ sad smile

#6 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2009-02-07 14:11

ขอบคุนมากนะคะ
.
..
มีประโยชน์มากๆค่ะ
big smile

#7 By BB (222.123.0.202) on 2009-02-15 09:30

ขอบคุณค่ะดีมากๆเลย
กำลังต้องการข้อมูลอยู่พอดี
double wink double wink

#8 By tangm0 (114.128.59.107) on 2009-02-16 19:05

#9 By lolodebkk (124.121.155.168) on 2009-02-17 15:40

เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่าเอแบคมีรับน้องด้วย

กำลังสับสนอยู่พอดีเลยว่าจะเรียนต่อที่ไหนดี

ขอบคุณมากนะค่ะที่เขียนอะไรดีๆแบบนี้ มีประโยชน์

มาก เลย ^^

#10 By lolodebkk (124.121.155.168) on 2009-02-17 15:42

ทำไมมันยากจัง นู๋กัวเรียนไม่ไหวววว><"

#11 By ple (124.121.244.176) on 2009-03-20 23:09

หนูเรียน อัสสัมชัญมาตั้งเเต่ป.1
จนถึงม.6

คงไม่พ้นที่จะต้องเข้าเรียนที่ ABAC
เเต่ไม่รู้ว่าจะเข้าได้ป่าว เพราะเรียนเป็นภาษาอังกฤษ

เเต่อย่างไรก้อต้องเข้าให้ได้
ไหนๆก้อเป็นลูกหลานของอัสสัมชัญอยู่เเล้ว
5555

#12 By me (118.174.182.179) on 2009-03-25 10:00

กลัวจาเรียนไม่ได้

ทำไงดีอ่ะ แต่เท่าที่ดูๆ

มหาลัยเอกชน ก็มีที่เนี่ย ดูดีสุดๆๆแล้ว

แต่มันเป็นภาษาอังกฤษเนี่ยสิ

ควรจะต้องทำยังไงดี??

ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ดี งูๆปลาๆ

งู หรือไสส้เดือนด้วยก็ไม่รู้ 5555

ช่วยแนะนำหน่อยคะ ว่าจะเอายังไงดี


เรียนที่นี่จาไหวหรือปล่าว เกรดอังกฤษก็ได้แค่2.7เอง

จาไหวไหม๊เนี่ยเรา




ขอบคุณค่ะที่ให้คำแนะนำ(ล่วงหน้า)

#13 By (58.9.15.3) on 2009-04-25 16:26

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีค่ะ

มีประโยชน์สำหรับการตัดสินใจมากๆเลย

#14 By sine (124.122.231.145) on 2009-05-04 22:11

ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับข้อมูล
น่าเรียนมากๆค่ะconfused smile

อยากทราบว่า Law เรียนเป็นภาษาไทยแล้วการสอบก็เป็นภาษาไทยเช่นกันทุกปีใช่ไหมคะ?

กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเรียน Law หรือ BBA ดี
เห็นเค้าบอกกันว่า BBA เป็นคณะที่ยากที่สุด > <
ดูเหมือนจะออกไปทางคำนวณเยอะด้วยใช่มั้ยคะ tongue เกลียดคำนวณด้วยซิ 555+



big smile

#15 By puk (124.121.113.74) on 2009-05-05 00:39

ต้องใช้คะแนน IELT หรือ TOFEL ด้วยหรอครับ
แอบเข้าไปดูในเว็บลิงค์ของคณะอ่า sad smile

#16 By zolz (124.121.113.74) on 2009-05-05 00:54

สำหรับนิติศาสตร์อ่ะคับ confused smile

#17 By zolz (124.121.113.74) on 2009-05-05 00:55

ตอบ Comment ที่ 15, 16, และ 17

สำหรับ Faculty of Law จะเรียนและสอบเป็นภาษาไทย
เฉพาะ "วิชาเรียนที่เกี่ยวกับกฏหมาย" เท่านั้นครับ

ส่วนวิชาอื่นๆ ทั่วๆไป ยังคงสอนเป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิมครับ surprised smile

การเข้าคณะนิติศาสตร์ เท่าที่ผมรู้ไม่ต้องใช้ IELT หรือ TOFEL นะครับ embarrassed
แต่ว่า อาจจมีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้เหมือนกัน
ถ้าจะเอาชัวร์ก็ลองโทรไปถามที่ มหาวิทยาลัย เลยนะครับผม
เบอร์โทรศัพท์ ของมหาวิทยาลัย ผมเขียนไว้ใน Entry ให้เรียบร้อยแล้วครับ surprised smile

#18 By PC ichigo on 2009-05-07 19:45

อ่ออ โอเค

ขอบคุณมากนะค่ะ confused smile

#19 By puk (124.122.207.118) on 2009-05-08 22:32

ทำดีมากเลย สมัยพี่เรียนไม่มีอะไรแบบนี้เลย.double wink

#20 By Theerdet (58.8.34.59) on 2009-05-10 19:04

ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะพี่
ช่วยได้มากเลยค่ะ ABAC น่าเรียนมาก
อยากเข้า BBA จัง

#21 By ploy (125.24.112.188) on 2009-06-06 19:22

คืออยากรูว่าเอแบคเรียน 2 หรือ 3 เทอมอ่าค่ะ

บางคนบอกว่าเรียน 3 เทอม เลยไม่แน่ใจ่ะ

#22 By ฟ้า (125.24.232.175) on 2009-07-26 18:14

ตอบ Comment ที่ 22

เรียน 3 เทอม ถ้านับช่วงปิด Summer ด้วยครับ

ถ้าตอน Summer ไม่ได้ลงเรียนอะไร
หรือไม่มีวิชาอะไรเปิดให้เรียน ก็คงนับได้ว่า
เรียน 2 เทอมล่ะครับ ฮะ ฮะ confused smile

#23 By PC ichigo on 2009-07-27 22:56

ขอบคถณสำหรับข้อมูลดีๆนะคับ
ผมจะตั้งใจเรียน คับ
ผมรู้ว่า มันยาก

แต่ วันนี้ไป สมัครเข้าเทอม2
ทดสอบภาษาอังกฤษ มาละคับ รอสัมภาษณ์อีกทีเพราะอาจารย์สัมภาษณ์ไม่อยู๋
แต่ ทำทดสอบได้ไม่ดีเลย คะแนนไม่ถึงครึ่ง
เซรงเลย
แต่ก็ตั้งใจสุดๆละ แต่ก็ยากอ่ะ แบบทดสอบ
หึหึ


#25 By ^_^ (124.120.178.135) on 2009-08-13 14:50

ใบกระกาศนียบัตรที่ต้องแนบพร้อมใบสมัคร

เป็นประกาศนียบัตรอะไรหรอค่ะ

ไม่เข้าใจ


#26 By GiiB (124.122.90.17) on 2009-09-05 19:01

พี่ครับ ..

ผมอยากจะคุยเป็นการส่วนตัวกับพี่ทำไงดีครับ

พี่ช่วยลงเมล ให้ผมหน่อยได้ไหม

ขอบคุณครับ

#27 By เด็กน้อย (125.24.100.133) on 2009-10-03 14:26

ขอบคุนค่า ละเอียดมากๆเลย
อยากเข้าอังกิดธุรกิจค่ะ อยากเรียนค่ะ อยากได้ภาษาอังกิดด้วย แต่ว่าบ้านอยู่ไกลมาก
แม่ก็ไม่อยากให้นอนหอสักเท่าไหร่

อยากสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับป.โทค่ะ
ว่ามีคณะอะไรบ้าง จะได้วางแผนชีวิตถูก (ดูเปนการเปนงานมาก)55
คิดว่าถ้าสักป.โทแม่น่าจะให้เรียน ^^

#28 By บลาบลา (125.24.66.14) on 2009-10-03 23:28

พี่คะ กำลังจะเข้าเลย

สื่อสารการแสดงที่เอแบคอ่าค่ะ

แต่ว่าเรียนยากมั๊ย

อังกิดก้อแค่พอพูดได้เองค่ะ

ไม่เก่งเลย

#29 By pingping (61.19.153.110) on 2009-10-16 11:52

แล้วสื่อสารการแสดงนี่เรียนอะไรบ้างคะ

ช่วยหน่อยน้า

#30 By pingp (61.19.153.110) on 2009-10-16 11:53

Thk

#31 By TanaBe (125.26.95.65) on 2009-10-17 12:49

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ สำหรับข้อมูลดีๆ ที่อยากรู้อยู่พอดีเลย

แต่พี่คะ ถามหน่อยนะคะ

ถ้าสมัครบริหาร ธุรกิจระหว่างประเทศ ABAC เนี่ยะอะค่ะ

ทุกคนที่สมัคร มีสิทธิเรียนทุกคนใช่มั้ยคะ ไม่ว่าคะแนนอังกิด

ที่สอบวันสมัครจะแย่ขนาดไหน ก็ได้เรียนใช่มั้ยคะ?

ที่ถาม ก็เพราะว่า ไม่เก่งอังกิดเลย แต่อยากเรียน ABAC

มากๆ

แล้ว ABAC จะเปิดรับสมัครเดือนมกราคมแน่ๆใช่มั้ยคะ??

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

^^

#32 By ผู้กระหายความสำเร็จ (117.47.206.220) on 2009-10-29 11:27

พี่คะ วันสมัครต้องใช้อะไรบ้างคะ ต้องใช้แฟ้มสะสมผลงานด้วย

หรือเปล่าคะ

ปล อยากรู้จักพี่เป็นการส่วนตัวจังเลยค่ะ เผื่อมีเรื่องที่จะปรึกษา

อีก ช่วงนี้เครียดมาก <เรื่อง สอบเข้ามหาลัยนี่แหละค่ะ>

ตอนนี้เรียนม.6 เทอม2แล้ว ต่างคนต่างก็วิ่งหาที่เรียนกันว่อน

ไปเรียนต่อก่อนนะคะ

แล้วจะมาดูคำตอบนะคะ

ขอบคุณค่ะ ^^



#33 By ผู้กระหายความสำเร็จ (117.47.206.220) on 2009-10-29 11:41

รบกวนสอบถามหน่อยค่ะว่าเรียนintensive course ช่วงประมาณวันที่เท่าไหร่อ่าคะ ?
คือพอดีว่าพอจบม.6 แล้วจะไปเรียนระยะสั้นที่ต่างประเทศประมาณ 1 เดือนน่ะค่ะ (จบม.6ประมาณปลายเดือนกุมภา เลยอาจจะไปต่างประเทศช่วงประมาณ เมษา)
เลยกลัวว่าเวลามันจะไปชนกับช่วงที่เรียน intensive รึป่าว

ยังไงรบกวนด้วยนะคะ แล้วก็ขอบคุณล่วงหน้าค่า =]

#34 By FURN (125.25.235.99) on 2009-11-08 03:23

ขอขอบคุรมากคะ คุ้มกับความเหน็ดเหนื่อยของคุณแน่นอน
เพราะมันทำให้พวกเราได้ประโยชน์อย่างสุดเลย

#35 By ส้ม (58.9.103.137) on 2009-11-08 15:50

อะหึ อะหึ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ลืมคณะ ( หรือ Major ) หนูอ๊ะ BE - Business Economics
ยังมีคณะเล็ก ๆ คณะนี้อยู่นะ

#36 By ์Napicos (168.120.84.84) on 2009-11-11 21:15

เพิ่มเติมให้ค่ะ

ตรง 10 ในแผนที่ทางอากาศ ยังคงเป็นสนามบอล หรือ รักบี้
แต่ข้าง ๆ ที่อยู่ระหว่าง 10 กับ 9 ถูกสร้างเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ( เห็นเขาว่าจะเอาไว้เป็นที่แข่งงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก แต่ ... ไม่ได้ใช้ )
ส่วน 9 อาคารด้านหน้า ( ด้านล่าง ) เป็นสระว่ายน้ำเล็กนะค่ะ ส่วนถัดไปเป็นสนามกีฬาในล่ม ที่บางครั้งประยุกต์ใช้ในการประชุมใหญ่ ๆ เช่น First Orientation หรือ ปฐมนิเทศค่ะ

ข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยนะคะ แก้ไข บอกกล่าวได้ค่ะ

#37 By Napicos (168.120.84.84) on 2009-11-11 21:20

#11 ระวังเรียน ABAC แล้วก็ต่อโทที่ ABAC แล้วจบมาก็มาเป็นอาจารย์ที่ ABAC แล้วได้แฟนเป็นอาจารย์ ABAC มีลูกก็....วัฏจักรเหมือนรุ่นพี่เรา 555
อยากเรียนที่ ABAC เช่นกันค่ะ
แล้วก็จะเข้าให้ได้ด้วย

ฮ่าๆ
ว่าจะเรียน Arts อะค่ะ
ขอบคุณพี่มากๆนะคะ ที่ช่วยให้ข้อมูล
มีประโยชน์มากเลย

แต่ถ้าพี่ทิ้งเมลล์ไว้ ก็น่าจะดีนะคะ
big smile

#39 By BELLA (124.121.246.193) on 2009-11-18 22:49

ขอบคุณมากน่ะค่ะ ข้อมูลเป็นประโยชน์มากเลยทีเดียว
อยากจะถามว่า ถ้าไม่เก่งภาษาอังกฤษมาก(ประมาณเกรด 3) แต่มีความตั้งใจ จะสามารถเรียนได้มั๊ย และพอมีโอกาสจะได้เกรดในระดับ 3.5 บ้างมั๊ยค่ะ

#40 By anna (113.53.18.67) on 2009-11-24 20:05

Thank you.It common good. surprised smile surprised smile

#41 By tae (125.27.110.197) on 2009-12-02 23:14

มีประโยชน์มากครับ ขอบพระคุณอย่างสูงงงงงง

อยากให้พี่แนะนำคณะ Visual Communication Arts เยอะหน่อยอะครับ คือผมสนใจจะเรียนจริงๆครับ

#42 By tritle (124.121.122.152) on 2009-12-06 16:19

ขอบคุณมากครับ

#43 By sakchai (125.26.12.71) on 2009-12-12 16:36

ขอบคุณ

#44 By sakchai (124.120.163.151) on 2009-12-19 07:29

ขอบคุนพี่มากๆเลยคับ หามาตั้งนาน เปนกำลังใจให้น่ะครับ


หิหิ อยากเข้าabacจัง

#45 By merlin- (180.183.21.134) on 2009-12-23 12:35

ขอบคุณพี่มากกเลยค่ะ
เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากค่ะ

#46 By TJIN on 2010-01-09 14:51

ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆนะคะ

เป็นประโยชน์มากเลย ^^

#47 By เมย์ (125.27.89.187) on 2010-01-10 00:10

confused smile เข้าเรียนยากมั้ยอ่าคะ?

แหะๆsad smile

#48 By miz u (115.67.69.66) on 2010-01-14 20:16

อยากเรียนเหมือนกันนะ แต่กลัวไม่รอดอ่ะ อยากคุยกะคนที่จาไปเรียน Abac อ่ะ ไงก้อแอดมานะ
chiwdukdik@hotmail.com
ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ

#49 By chichiw (125.25.254.118) on 2010-01-20 20:21

ขอบคุณมากๆนะค๊ะ เข้าใจขึ้นเยอะเลย

#50 By cc (124.121.139.128) on 2010-01-31 14:08

Law ยังอยู่ที่หัวหมากนะครับ~~~ ^o^

และคงอีกนานกว่าจะย้าย

//Nurse ด้วย คณะนี้น่าจะอยู่กันที่ตึก M

#51 By KC_CRUSH on 2010-02-05 19:49